×

Hands On สาขาสีลมจะหยุดทำการในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมเพื่อย้ายออฟฟิศจากชั้น 11 อาคารกมลสุโกศลไปอยู่ที่ชั้น15 และออฟฟิศใหม่ชั้น 15 จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป หากมีคำถามติดต่อได้ที่ช่องทาง Line @handson

เกณฑ์ในการรับสมัครคืออะไร

การศึกษาระดับสูงในประเทศอังกฤษมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านคุณภาพการเรียนการสอน และยังคงรักษามาตรฐานการรับเข้าเรียนที่ยาก สิ่งสำคัญคือ คุณต้องกรอกใบสมัครให้ครบถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในมหาวทิยาลัยที่คุณเลือก

อย่าลืมว่าสิ่งที่คุณกรอกในใบสมัครเป็นข้อมูลทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยมีเกี่ยวกับคุณ ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำมาตัดสินว่าจะรับคุณเข้าศึกษาหรือไม่

โดยปกติ ในแต่ละหลักสูตรจะมีบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับเข้าศึกษา ซึ่งก็เป็นอาจารย์ผู้สอนด้วยเช่นกัน ดังนั้นบุคคลท่านนี้จึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก เขาจะตรวจดูเอกสารการสมัครแล้วตัดสินใจคัดเลือก สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้การตรวจดูข้อมูลนี้เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น ก็คือ เขียนใบสมัครของคุณให้ชัดเจนและอ่านง่าย

อย่าลืมว่าหลักสูตรที่เป็นที่นิยมนั้น นักศึกษาส่วนมากก็สมัครเช่นกัน ดังนั้นจึงจะมีใบสมัครให้ตรวจสอบค่อนข้างมาก หลักสูตรเหล่านี้จะเต็มเร็ว ดังนั้นจึงควรตรวจดูตารางปิดรับสมัครให้ดี รวมทั้งกำหนดปิดรับทุนการศึกษาด้วย อย่าลืมตอบคำถามและให้ข้อมูลในใบสมัครอย่างครบถ้วน

ในการตัดสินใจเลือกผู้มีสิทธิเข้าเรียนนั้น มักจะพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่

  • พื้นฐานการศึกษา
  • ระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
  • ประสบการณ์

แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่สิ่งเหล่านี้ที่คุณจะต้องคำนึงถึง ใบสมัครแต่ละใบยังต้องพิจารณาจากความสามารถอีกด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ก็มักเป็นปัจจัยหลัก


ฉันต้องใช้เอกสารการสมัครอะไรบ้าง

ในการให้ข้อมูลที่ระบุไว้ให้ครบถ้วนนั้น คุณต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ดังนี้

  • วุฒิบัตรและหลักฐานการศึกษาที่เรียนมา (แม้ว่าคุณจะทำการสมัครไว้ก่อนที่คุณจะเรียนจบก็ตาม คุณควรจะให้ข้อมูลล่าสุดด้วย) หลักฐานนี้ควรระบุคำอธิบายเกรดที่ได้รับและระบบการให้คะแนน
  • หลักฐานคุณสมบัติความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ปกติใช้คะแนนทดสอบจาก IELTS หรือ TOEFLE (หรือระบุให้ชัดเจนว่าคุณกำลังรอผลการทดสอบอยู่)
  • จดหมายรับรอง / อ้างอิง 2 ฉบับ อย่างน้อยหนึ่งฉบับต้องมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณ (มหาวิทยาลัยบางแห่งมีแบบฟอร์มให้กรอกโดยเฉพาะ)
  • เรียงความแนะนำตัวเองและอธิบายวัตถุประสงค์การเลือกเรียนหลักสูตรนี้
  • เป็นการดีที่จะแนบประวัติย่อ หรือ CV ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงานหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องการบอกเกี่ยวกับตัวคุณ)
  • ถ้าคุณได้รับทุนการศึกษา เป็นการดีที่จะแนบสำเนาจดหมายยืนยันการได้รับทุนการศึกษานี้ด้วย

เอกสารทั้งหมดนี้ควรจัดเตรียมเป็นภาษาอังกฤษ และหากไม่สามารถส่งต้นฉบับไปได้ ต้องทำสำเนาและมีการรับรองอย่างถูกต้อง (เราจัดการที่ Hands On ได้)


มีเกณฑ์ภาษาอังกฤษอย่างไร

การมีความมั่นใจในภาษาอังกฤษ (ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน) เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการศึกษาในต่างประเทศ

นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่จะไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ด้วยการผ่านการทดสอบการวัดความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษจากสถาบันที่มีมาตรฐาน บางครั้งคุณอาจผ่านการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษมาแล้ว ซึ่งจะมีส่วนช่วยเหลือคุณได้มาก

แบบทดสอบที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป ได้แก่ แบบทดสอบ IELTS จัดทำโดยบริติชเคานซิล หรือ IDP และแบบทดสอบ TOEFL ซึ่งข้อมูลจากตารางนี้อาจใช้เป็นแนวทางบอกระดับที่ต้องการเพื่อศึกษาต่อที่อังกฤษ

หากคุณกำลังคิดที่จะไปศึกษายังต่างประเทศ เราขอแนะนำให้คุณทำการทดสอบโดยเร็วที่สุด แม้ว่าคุณจะยังไม่มีความมั่นใจพอ ผลการทดสอบจะแสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ยังจะบอกคุณได้ว่าคุณต้องพยายามอีกมากเท่าไหร่เพื่อให้ได้คะแนนที่ต้องการ คุณอาจไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนที่คุณต้องการในตอนที่คุณส่งใบสมัคร เพียงแค่คุณต้องการได้รับการพิจารณา “ตอบรับแบบมีเงื่อนไข” เท่านั้น ซึ่งเป็นเอกสารที่คุณจำเป็นต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน


ฉันควรทดสอบ IELTS หรือ TOEFL ดี

หากต้องการศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร คุณจะต้องมีคะแนนแบบทดสอบ IELTS ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ได้รับการยอมรับโดย UK Visa & Immigration service หรือสามารถใช้คะแนนของแบบทดสอบอีกประเภทหนึ่ง คือ Secure English Language ได้เช่นกัน


วันปิดรับสมัครเมื่อไหร่

สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่แล้ว มักไม่มีกำหนดปิดรับสมัคร แต่หลักสูตรที่เป็นที่นิยมมักจะเต็มเร็ว จำไว้ว่าหลักสูตรส่วนใหญ่เริ่มในเดือนกันยายน แต่คุณสามารถสมัครเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ก่อนเปิดภาคการศึกษาในปีนั้นๆ เราขอแนะนำให้คุณสมัครให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อคุณรู้ว่าสนใจในหลักสูตรไหน บางครั้งมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่ได้ทำการตอบรับรวดเร็วทันใจคุณ ดังนั้นจะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่รอนานจนเกินไปก่อนที่จะส่งใบสมัคร เป็นความคิดที่ดีด้วยที่จะสมัครแต่เนิ่นๆ แม้ว่าคุณจะยังไม่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษที่พอใจ เนื่องด้วยคุณจะได้มีเวลาวางแผนในการเรียนภาษาอังกฤษหลักสูตรเข้มข้นที่คุณต้องการได้

ถ้าคุณสนใจที่จะสมัครขอรับทุนการศึกษา ต้องคำนึงว่าการขอรับทุนนั้นมีกำหนดปิดรับสมัครซึ่งอาจจะปิดรับตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นต้องตรวจสอบอยู่เสมอ


ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะได้รับคำตอบ

ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สมัคร แต่โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ในการตอบรับ แต่บางครั้งก็อาจนานกว่านี้ การสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกมักใช้เวลานานกว่านี้


ถ้าหากว่าฉันไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติล่ะ

มีหลักสูตรและมหาวิทยาลัยหลายระดับที่เหมาะสมกับทุกคน ที่ปรึกษาของเราสามารถให้คำแนะนำคุณได้ในประเภทของหลักสูตรที่เหมาะสม มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีการเรียนพื้นฐานวิชาการสำหรับนักศึกษาที่ยังมีคุณสมบัติไม่ถึงเกณฑ์


แล้วถ้าหากฉันได้รับคะแนนจากการวัดระดับภาษาอังกฤษไม่ดีพอล่ะ

หากคุณไม่ได้รับคะแนนที่ดีพอ คุณอาจจะเลือกเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นหลักสูตรเข้มข้นในภาคฤดูร้อน โดยมากมักเรียกว่าเป็นหลักสูตรพื้นฐาน ซึ่งออกแบบโดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาในประเทศอังกฤษ และแม้แต่นักศึกษาที่มีคะแนนดีพอแล้วก็ยังเลือกมาเรียนหลักสูตร 1 เดือน

หลักสูตรภาษาอังกฤษมีให้เลือกทั้งแบบ 12 สัปดาห์ 8 สัปดาห์ หรือ 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับขั้นความสามารถทางภาษาอังกฤษของคุณ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 700-1,000 ปอนด์ต่อเดือน หากใช้เกณฑ์คำนวณคร่าวๆ คุณน่าจะปรับปรุงคะแนน IELTS ได้ถึงครึ่งหนึ่งในทุก 6 สัปดาห์ของหลักสูตรเข้มข้นนี้เลยทีเดียว


หลังจากส่งใบสมัครไปแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

เมื่อคุณส่งใบสมัครไปแล้ว คุณต้องคอยคำตอบจากมหาวิทยาลัย ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้ และพวกเขามักจะบอกเหตุผลว่า

การตอบรับแบบมีเงื่อนไข – หมายถึงว่า คุณได้รับการตอบรับให้เข้าเรียน แต่ยังต้องเพิ่มเติมคุณสมบัติบางข้อให้ครบถ้วนก่อนเข้าเรียนหลักสูตร เงื่อนไขที่พบได้ทั่วไปคือ ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ แต่คุณก็อาจติดเงื่อนไขเกี่ยวกับคะแนน GPA หากคุณยังเรียนไม่จบชั้น
การตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข – หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ คุณจะได้รับการตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่า คุณได้เข้าเรียนในสาขาที่สมัครได้เลย
การปฏิเสธ – หากคุณมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมกับโปรแกรม ทางมหาวิทยาลัยจะส่งจดหมายแจ้งว่าคุณไม่ได้เรียนในสาขาที่สมัคร

เมื่อคุณได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่สมัครไว้ คุณก็ต้องเลือกตัดสินใจว่าข้อเสนอที่ไหนที่คุณต้องการและตอบยืนยันกลับไปทางมหาวิทยาลัย จากนั้นคุณสามารถเริ่มต้นการดำเนินการจัดการเรื่องที่พักและการขอวีซ่า


การสมัครเรียนระดับปริญญาเอกแตกต่างจากการสมัครทั่วไปไหม

เมื่อคุณสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอก คุณต้องเขียนข้อเสนองานวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของใบสมัครด้วย ปริญญาเอกนี้จะได้รับก็ต่อเมื่อคุณได้แสดงถึงความทุ่มเทอย่างแท้จริงให้กับความรู้ในสาขาวิชาที่เลือก ข้อเสนองานวิจัยอาจจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งต้องเตรียมมาอย่างรอบคอบเพื่อที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อ

ข้อเสนอนี้เป็นแนวทางในการทำวิจัยของคุณ มากกว่าจะเป็นการอธิบายแผนงานอย่างละเอียดที่คุณต้องติดตามตลอดทั้งการทำวิทยานิพนธ์ อย่างไรก็ตามข้อเสนอก็เป็นข้อมูลพื้นฐานให้อาจารย์ที่ปรึกษาตัดสินใจว่าจะรับเป็นที่ปรึกษางานวิจัยชิ้นนี้หรือไม่ และมักจะเปิดให้มีการอภิปรายอยู่เสมอ การเน้นขอบเขตของงานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญ พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องทั่วไปที่ไม่เหมาะกับปริญญาเอก ซึ่งการที่หัวข้อกว้างเกินไป ก็อาจทำให้ถูกปฏิเสธได้ มีแนวทางอย่างกว้างๆ แนะนำคือ พยายามให้เอกสารนี้กระชับได้ใจความ และมักจำกัดคำไม่เกิน 1,500-2,000 คำ ภายในข้อเสนอนี้ ควรมีคำถามดังต่อไปนี้

1. อธิบายให้กระจ่างถึงสาขาวิชาที่ต้องการทำวิจัย มีปัญหาหลักนำวิจัย และกำหนดขอบเขตงานวิจัย ส่วนนี้อาจใส่ชื่อหัวข้อวิจัย
2. แสดงหลักฐานการทบทวนวรรณกรรมโดยระบุรายการนักวิจัยที่มีความทุ่มเทในสาขานี้ ให้แนะนำว่างานวิจัยของคุณจะเพิ่มหรือต่อยอดความรู้ที่มีอยู่อย่างไร
3. อธิบายขอบเขตของปัญหา สมมุติฐาน และแนวทางในการทำวิจัย ให้รายละเอียดวิธีการทำวิจัย เทคนิคการวิจัยที่จะใช้ อาจรวมตารางเวลาการศึกษาวิจัย เพราะงานวิจัยเชิงปริมาณและการสังเกตอาจใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล แสดงหลักฐานของแผนการศึกษา
4. อะไรคือลักษณะเฉพาะที่คาดหวังว่าวิทยานิพนธ์ได้ครอบคลุมหรืออธิบายความรู้เพิ่มเติมในสาขานั้นๆ
5. บรรณานุกรม รวบรวมผลงานวิจัยที่คุณนำมาใช้ประกอบในการจัดทำข้อเสนอวิจัย

คุณอาจต้องการรวบรวมรายละเอียดหรือการอ้างอิงงานของผู้อื่นที่คุณได้ทำไว้ในสาขานี้

พึงระลึกด้วยว่าข้อเสนองานวิจัยของคุณจะไม่ถูกตัดสินเพียงแค่จากเนื้อหา แต่รวมถึงการนำเสนอด้วยเช่นกัน ให้แน่ใจว่า ข้อเสนอได้รับการนำเสนอที่ดี มีการจัดทำเอกสารอย่างมืออาชีพ

Go to top