คิดว่าตัวเองพร้อมแล้วหรือยังที่จะไป เรียนต่อ U.S. มาดูสิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกากัน

เรียนต่อ

เริ่มจาก ✓เช็คลิสต์กันหน่อยดีกว่า ว่า…

 

เราอยาก เรียนต่อ เกี่ยวกับอะไร? แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ?

ถามตัวเองก่อนเลยว่าอยากเรียนอะไร ลองวาดภาพตัวเองหลังเรียนจบ ว่าจะประกอบอาชีพแนวไหน เริ่มจากตรงนี้ก่อน เริ่มต้นศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยว่ามีเกณฑ์การรับสมัครยังไงบ้าง? หรือต้องใช้ผลคะแนนภาษาอังกฤษเท่าไร? โดยเลือกคอร์สเรียนที่ตัวเองสนใจจริง ๆ พี่ขอแนะนำว่าอย่าเลือกเรียนตามเพื่อน เพราะเราคือคนที่จะไปเรียนต่อและเอาความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดให้กับตัวเอง

 

ภาษาอังกฤษของเราพร้อมสำหรับการไปเรียนต่อรึยัง?

ถ้าต้องการที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศจริง ๆ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่เราต้องใช้สื่อสารในการเรียนและการใช้ชีวิต เราควรจะฝึกฝนภาษาอังกฤษของเราให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้ง การฟัง พูด อ่านและเขียน เพราะเราจะต้องสอบวัดผลและใช้เอกสารยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัย ความพร้อมทางภาษาอังกฤษจะทำให้เราได้เปรียบในการทำความเข้าใจกับบทเรียนในคอร์สและสื่อสารกับต่างชาติได้ดี

 

รู้ลิสต์ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนครบไหม?

เมื่อมีเป้าหมายที่จะไปเรียนต่อแล้วก็ต้องหาเวลามาคิดคำนวณค่าใช้จ่ายกันด้วยนะ ตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ฯลฯ) ในกรณีที่มองไว้หลายที่ ก็ต้องเปรียบเทียบค่าครองชีพของแต่ละรัฐ แต่ละเมือง รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายมากน้อยต่างกันเท่าไรและดูงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้ด้วย และจัดสรรค่าใช้จ่ายต่อเดือนอย่างไรให้อยู่ในงบ

 

เรียนต่อ มีทุนการศึกษาแบบไหนบ้าง? สามารถขอทุนการศึกษาได้ไหม?

สหรัฐอเมริกามีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดีหรือกิจกรรมโดดเด่นด้วย การได้รับทุนจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาข้อมูล ติดต่อมหาวิทยาลัยโดยตรง หรือสอบกับพี่ ๆ Hands On เพื่อขอคำปรึกษาและรายละเอียดเอาไว้เนิ่น ๆ เพราะการสมัครขอทุนการศึกษา มีหลายขั้นตอน ต้องยื่นเอกสารสมัครเรียนและได้รับใบตอบรับแล้ว หรือเขียนเรียงความก่อนด้วย

 

สามารถทำงานพิเศษได้ไหม? หรือมีโอกาสเกี่ยวกับฝึกงานบ้างไหม?

การทำงานพิเศษก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องเช็คให้ดีก่อนนะว่ากฎหมายของแต่ละรัฐในสหรัฐอเมริกา เขาให้นักเรียนต่างชาติทำงาน PART-TIME ได้กี่ชั่วโมง ไม่ควรทำงานแบบละเมิดกฎโดยเด็ดขาดเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกส่งตัวกลับ แต่ก็ไม่ต้องเสียดายแล้วไปหาข้อมูลของคอร์สที่เราจะไปเรียนดีกว่า เพราะบางมหาวิทยาลัยเขายินดีให้นักศึกษาได้ฝึกงาน (Work Placement) หรือทำงานต่อหลังเรียนจบได้ถึง 3 ปี

 

ควรจองหอพักนักศึกษายังไง? หรือมีที่พักอาศัยแบบไหนบ้าง?

ที่อยู่อาศัยเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เป็นสถานที่ที่เราต้องอยู่อาศัยใช้ชีวิตมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ถ้าโชคดีเจอที่พักดีก็โอเค แต่ถ้าไม่ดีก็คือไม่ดีสิ อาจต้องย้ายที่พัก เราจึงต้องเตรียมตัวและหาข้อมูลให้มั่นใจว่าเราจะอยู่ได้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯมีหอพักให้นักศึกษาอยู่ในปีแรก (ไม่ใช่ทุกที่นะ) เราควรหาข้อมูลเปรียบเทียบราคา-การเดินทาง-ความปลอดภัยจากหลายที่ เพราะเราต้องจองและจ่ายมัดจำก่อนไปเรียน

 

เตรียมตัวที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเองหรือยัง? ปรับตัวเรียนรู้สังคมต่างชาติได้มากแค่ไหน?

การไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีสังคมที่เปิดกว้างให้กับผู้คนทุกสัญชาติเป็นสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่สำหรับเด็กไทย เป็นอีกประเด็นที่ต้องเรียนรู้ คือการต้องเปิดใจต้อนรับวัฒนธรรมอื่นที่เราไม่คุ้นเคย หรืออาจไม่เคยพบเจอมาก่อนให้ได้ สังคมใหม่มีวัฒนธรรมใหม่ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปรับตัวช่วงแรก แต่เมื่อเราได้ทำความเข้าใจมุมมองเหล่านั้น เราจะได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่หาไม่ได้จากที่อื่นเลยนะ

 

จะเอาตัวรอดในการใช้ชีวิตต่างแดนได้ไหมนะ?

ตอนที่เราหาข้อมูลแรก ๆ คำถามนี้อาจจะยังไม่ผุดขึ้นมา แต่พอวางแผนจะเดินทาง น้อง ๆ อาจเกิดความกังวลสงสัยได้ว่า การไปเรียนต่อแล้วต้องอยู่ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนมันจะเป็นยังไง? ต้องคิด ประเมินและรับผิดชอบตัวเอง ถามตัวเองดูว่าเราควรฝึกทักษะอะไรที่จำเป็นไหม? ก็ควรฝึกฝนหาข้อมูล เช่น ฝึกทำอาหาร เย็บผ้า ทำความสะอาด หรือ หาโหลดแอพแผนที่ของเมือง แล้วคุยกับที่บ้านให้คลายกังวลด้วย

 

การตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับน้อง ๆ ที่อยากฝึกความสามารถ ความรู้ ทักษะทางภาษาอังกฤษ และการใช้ชีวิตให้แกร่งยิ่งขึ้น เพราะบอกเลยว่าเราจะสตรองมากเมื่อเราเรียนจบ

 

ให้ทุกการเรียนต่ออเมริกาเป็นเรื่องง่าย ! น้องคนไหนสนใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา และอยากสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อ U.S. ติดต่อพี่ ๆ Hands On Education Consultants เพื่อขอข้อมูลไปเรียนต่อได้เลยค่ะ หรือ คลิก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป

 

 

Go to top