เตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ผ่าน Skype อย่างไรดี?

skype interview

เรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน skype interview ก็คือ ไม่ว่าการนัดสัมภาษณ์จากทางมหาวิทยาลัยจะถูกนัดขึ้นที่ไหนหรือด้วยวิธีการใด การเตรียมความพร้อม และเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญค่ะ เพราะทุกการสัมภาษณ์คือหนึ่งในกระบวนการติดต่อยื่นสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นทางการค่ะ

แม้กระทั่งการเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเข้ากับโปรแกรมแอพพลิเคชั่น Skype เพื่อคุยกับผู้สัมภาษณ์ น้อง ๆ ก็ต้องสร้าง First impression ที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย การจัดแต่งทรงผม การแต่งหน้า การนั่งหลังตรง แสงสว่างที่เพียงพอในห้อง และสีของห้องที่ควรจะขับให้ตัวห้องดูสว่างและสบายตาสำหรับผู้มองค่ะ เพราะระยะเวลาในการสัมภาษณ์โดยประมาณก็จะอยู่ที่ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อที่การมองจากมุมกล้องของผู้สัมภาษณ์จะได้เห็นบุคลิกลักษณะของเราที่ดูดี มั่นใจ และพร้อมที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องปรับแต่งมุมและที่นั่งของเราให้เรารู้สึกสบายตัว และไม่เกร็งด้วยเช่นกัน เผื่อ Skype ครั้งนี้จะยาว

หลังจากการเตรียมตัวในเรื่องของภาพลักษณ์ในการสัมภาษณ์แล้ว อีกประเด็นที่น้อง ๆ หลายคนน่าจะกังวลกัน ก็ไม่พ้นเรื่องของหัวข้อและคำถามที่เราจะถูกสัมภาษณ์นั่นเองค่ะ วันนี้พี่เลยเตรียมหัวข้อที่น้อง ๆ มีโอกาสที่จะถูกถามได้มาฝากกัน เพื่อการเตรียมตัวและค้นหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการสัมภาษณ์นะ

 

Tell us about yourself/Introduce yourself

เป็นคำถามแรกเลยที่น้องจะต้องเตรียมตัวตอบ ฟังดูแล้วอาจเป็นอะไรที่คลาสสิกสุด ๆ แนะนำตัวเองด้วย ชื่อจริง นามสกุล ชื่อเล่น อายุ และเกี่ยวกับตัวเอง แต่ส่วนนี้นั่นแหละที่น้องควรจะคิด และ create เพื่อสร้าง First impression ที่น่าประทับใจกับผู้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องของตัวเอง หรือแสดงถึงความเป็นตัวเองอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่สุด หรือจะพูดถึงคตินิยาม กิจกรรมโปรด หรือความชอบส่วนตัว ที่มีความเกี่ยวข้องกับการไปเรียนต่อของเราก็ได้

 

Your strength and weakness

หลังจากอุ่นเครื่องด้วยคำถามเกี่ยวกับการแนะนำตัวแล้ว คำถามนี้จะต่างจากคำถามแรกเพียงเล็กน้อยค่ะ แต่ผู้สัมภาษณ์จะอยากให้เราอธิบายถึง จุดแข็งและจุดอ่อนของเรา อย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยถึงความคิดเห็นส่วนตัวของเราที่มีต่อตนเองในจุดนั้น ซึ่งเราสามารถพูดไปได้เลย แต่อย่าพูดในเชิงตำหนิตัวเราหรือพาดพิงถึงใคร ให้พูดในมุมที่มองมาที่ตัวเราอย่างเป็นบุคคลที่สาม และแสดงความคิดเห็นว่าเราจะพัฒนาและสามารถทำอะไรกับจุดแข็งและจุดอ่อนของเราได้บ้าง

 

Academic Interests/Academic knowledge

ความสนใจเกี่ยวกับสถาบันและหลักสูตรที่เรากำลังจะไปเรียน เป็นคำถามที่ผู้สัมภาษณ์อยากจะรู้ว่า สิ่งที่น้องอยากเรียนรู้ ความเข้าใจในคณะที่น้องกำลังจะไปเรียน เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ หรือพูดง่าย ๆ คือ น้องเหมาะที่จะเข้าเรียนและมีความสนใจตรงกับคณะที่จะไปเรียนในสาขาวิชานี้ไหม หรืออาจจะเป็นคำถามในเชิงที่ว่า ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้ เพื่อจะถามว่าน้องมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่จะไปเรียนมากน้อยแค่ไหน

 

Your Experience

คำถามนี้เป็นคำถามสำหรับน้องคนไหนที่มีประสบการณ์การทำงาน หรืออาจจะเป็นประสบการณ์จากการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ค่ายอาสา การฝึกงาน หรืองานอื่นที่ตัวน้อง ๆ ได้ทำมา แล้วรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และสามารถนำไปต่อยอด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นแรงบันดาลใจในการไปเรียนต่อได้มาพูดเล่าให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง รวมทั้งเหตุการณ์ในชีวิตที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้เรามีแนวความคิดที่เปลี่ยนไป ก็สามารถนำมาพูดในส่วนนี้ได้นะ

 

Funding

เงินทุนสำหรับการไปเรียนต่อเป็นคำถามที่น้อง ๆ จะโดนถามเหมือนกันค่ะ เพราะการไปเรียนต่ออย่างที่สหรัฐอเมริกาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง บวกระยะในการเรียนที่นาน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์ให้ความสนใจว่าเรามีกำลังพร้อมไหม มีการวางแผนทางการเงินอย่างไรหากเราต้องการยื่นขอทุนการศึกษา ส่วนเรื่องงานเสริมงานพิเศษในมหาวิทยาลัยที่ได้เงินค่าตอบแทนหรือไม่นั้น เราก็สอบถามทางมหาวิทยาลัยโดยตรงได้เลย

 

Life Goals

คำถามนี้ก็เป็นอีกคำถามที่คลาสสิกสำหรับผู้สัมภาษณ์ เพราะคำถามที่เป็นการประเมินตัวเองของตัวน้อง ๆ เอง ว่าเราวางแผนชีวิตอย่างไร หลังจากเรียนจบ หรืออีก 5 ปีหลังจากนั้น รวมถึง Attitude หรือความมุ่งมั่นของเรา ซึ่งหมายความว่าผู้สัมภาษณ์สนใจว่าน้องจะนำสิ่งที่ได้เรียนและประสบการณ์ที่จะได้รับจากมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้กับชีวิตในอนาคต และการทำงานอย่างไร เป็นการประเมินมองตัวเองในอนาคตแบบกระชับ ๆ

 

นอกจากนั้น skype interview ไม่ใช่เพียงแค่ว่าน้อง ๆ จะต้องเป็นฝ่ายที่ถูกสัมภาษณ์แต่เพียงฝ่ายเดียวนะคะ การที่น้องมีคำถามเตรียมไปถามผู้สัมภาษณ์ด้วยจะทำให้ทางมหาวิทยาลัยได้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความสนใจในตัวคอร์สที่เรายื่นสมัครไปด้วย ซึ่งพี่ก็มีหัวข้อย่อย ๆ มาให้เป็นตัวอย่างดังนี้ค่ะ

  • Pre-sessional Courses – ถามเกี่ยวกับความพร้อมทางภาษาอังกฤษของเรา ว่าถ้าไปเรียนคอร์ส Pre-sessional กับทางมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร
  • The ratio of international student – เป็นความรู้ทั่วไป และเข้าใจบรรยากาศในมหาวิทยาลัย ว่าคอร์สที่เราเรียนมีเด็กไทยไปเรียน หรือมีนักเรียนต่างชาติมากน้อยแค่ไหน
  • Course module / outline – เราอาจจะหาข้อมูลจากหน้าเว็ปมาแล้วบ้าง แต่ก็อาจมีข้อสงสัยอยู่ดี ทั้งวิชาหลัก และวิชาเลือกที่เราจะต้องเรียน ก็ยกขึ้นมาถามได้ค่ะ
  • Scholarship – เรื่องทุนการศึกษาก็เป็นประเด็นที่ควรถามไว้เลยค่ะ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการลดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเทอมของเราเลย แต่ว่ามีเงื่อนไขอย่างไร ก็ถามกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรงเลยดีกว่า
  • Work Placement / Internship – บางมหาวิทยาลัยจะมีข้อกำหนด หรือตัวเลือกให้นักศึกษา สำหรับการฝึกงานหรือทำงานก่อนปีที่จะจบการศึกษา หรือระหว่างเรียน ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่เราควรรู้รายละเอียดค่ะ
  • Alumni of the course / career path นอกจากนั้น น้องหลายๆคนอาจสงสัยว่าสาขาวิชาที่กำลังจะไปเรียน มีศิษย์เก่าทำงานในสายอาชีพไหน หรือเอาสิ่งที่เรียนไปต่อยอดอย่างไรกันแล้วบ้าง
  • Thai association – และสำหรับเด็กไทยหลายๆคนที่กังวลเรื่องการปรับตัว และอยากมีเพื่อนพูดภาษาไทยด้วยกัน ก็ลองถามทางมหาวิทยาลัยได้นะคะ ว่ามีสมาคมนักเรียนไทยของมหาวิทยาลัยหรือไม่

 

สนใจเรียนต่ออเมริกา แล้วอยากได้ข้อมูลข่าวสารดี ๆ ส่งตรงจากยูดังของอเมริกา สอบถามพี่ ๆ Hands On สาขาสีลม ได้เลย หรือ คลิก เพื่อกรอกข้อมูลให้พี่ ๆ ติดต่อไปให้คำปรึกษา

Go to top