สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ใส่ใจในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นเขาจึงมี National Park หรืออุทยานแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมากมายกระจัดกระจายอยู่ตามรัฐต่าง ๆ น้อง ๆ ที่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาถ้ามีเวลาว่างล่ะก็ ควรจัดทริปสักวันสองวันไปเที่ยวชมสักครั้งเพื่อพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศสวย ๆ ให้เต็มอิ่ม ก่อนมาลุยกับการเรียนต่อ มาดูกันว่า อุทยานที่พี่ ๆ Hands On เอามาฝากมีที่ไหนที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของน้อง ๆ กันบ้าง

 

Yellowstone National Park

ชื่ออุทยานแห่งชาตินี้อาจไม่คุ้นหูกันนัก ก็เพราะชื่อเสียงของที่นี่มันโด่งดังเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันและต่างชาติมากกว่า และไม่ถึงหูเด็กไทยเราอย่าง Grand Canyon ไง ทำให้อุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในรัฐ Montana แห่งนี้ไม่ได้มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาก มีพื้นที่ให้เดินชมสัมผัสบรรยากาศที่สวยงามได้เต็มตาและไม่ถูกบังมุมกล้อง

ที่นี่มีหลายจุดที่น่าไปดู มี Old Faithful แหล่งรวมบ่อน้ำพุร้อนที่ปะทุขึ้นมาจากรอยแยกของภูเขาหิน มีจุดที่ร้อนที่สุดคือ Norris Geyser Basin, บริเวณเนินสูงทุ่งเขียวชอุ่ม Hayden Valley มีสัตว์ป่า กระทิงป่า หมาป่า สุนัขป่าไคโยตี กวางป่า ละมั่งป่า และอีกมากมาย ที่หาดูได้ยากในบ้านเราและได้ถ่ายรูปเก็บไว้จากไกล ๆ (ปลอดภัยไว้ดีกว่า), จุดที่ต้องบอกว่าสวยลืมบ้านเลย คือ Grand Prismatic Spring ที่สวยด้วยแบคทีเรีย (ฟังดูแปลก ๆ แต่สวยจริง) และอุณหภูมิของน้ำที่เปลี่ยนสีด้วยตัวแปรทางเคมี จนเป็นขอบน้ำที่สวยเหมือนการไล่สีบนภาพวาดสีน้ำ, มีศูนย์อนุรักษ์ที่ให้สัตว์ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่คนเข้าถึงไปชมได้อย่าง Grizzly & Wolf Discovery Center และยังมี Yellowstone Lake ซึ่งเป็นชื่อของสถานที่แห่งนี้เลย

 

Grand Canyon National Park

ด้วยขนาดของพื้นที่ทั้งหมดในสวนพฤกษศาสตร์นี้ที่มีขอบเขตเกินกว่าการมองเห็นด้วยตาเปล่า มันเลยทำให้คำว่า “Grand” ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับการเรียกแกรนด์แคนยอน แต่มันก็เป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นหูและเป็นที่จดจำไปแล้วเรียบร้อยด้วยต้นกำเนิดที่มีมาตั้งแต่ 6 ล้านปีที่แล้ว องค์กร UNESCO จดบันทึกและยกให้แกรนด์แคนยอนเป็นหนึ่งในมรดกของโลก ผู้คนจากทั่วโลกต่างเดินทางมายลโฉมหุบเขาสีน้ำตาลแดงแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา

ที่นี่จะมีคนหนาแน่นในบางวันบางช่วง อย่าง The South Rim ที่มี Grand Canyon Village และ Bright Angel Trail ที่เต็มไปด้วยนักปปีนเขาและนักท่องเที่ยว ส่วนอีกฝั่งที่ผู้คนน้อยหน่อย ในมุมที่อยากพักแบบสงบก็จะมี North Rim ที่เป็นจุดกางเตนท์และจุดปีนผาแบบสูงชัน

 

Yosemite National Park

หนึ่งในสถานที่เที่ยวธรรมชาติที่สำคัญ ณ รัฐโคโลราโดก็ต้องที่นี่เลย เพราะที่สวนพฤกษชาตินี้มีพื้นที่ธรรมชาติกว้างขวาง รวมไปด้วยภูเขาหินและน้ำตกอันสูงสง่า พืชพรรณต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวเกินพันกว่าปี หุบเขาและหน้าผาที่จัดสรรพื้นที่และความปลอดภัยเพื่อการปีนผา และทรวดทรงของหินที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในสหรัฐฯ

หากน้อง ๆ อยากจัดทริปไปที่อุทยาน Yosemite ก็ต้องจัดแจงนัดเวลากันดี ๆ นะคะ เพราะที่นี่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติเยอะพอสมควร มีแลนด์มาร์กที่คนนิยมแวะไปอย่าง Yosemite Valley, Half Dome, El Capitan และอีกหลายจุดปีนเขา แล้วใครที่ปีนไม่เป็น ยังไม่เคย เราก็สามารถไปถามกับเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้เลยค่ะ เพื่อให้เขาจัดทัวร์ไกด์ให้เราหรือสอนเราปีนเขา แล้วสงสัยว่าพอจะไปเที่ยวที่นี่แบบเลี่ยงฝูงชนนักท่องเที่ยวได้ไหม ก็ต้องตื่นให้เช้าขึ้นค่ะ แล้วเราจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติอันสวยงามนี้ได้มากกว่าคนอื่น ๆ

 

Glacier National Park

ขึ้นมาดูทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกากันบ้าง สวนพฤกษชาติแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และถูกขนานนามว่าเป็น “The Crown of the Continent” อีกเหตุผลก็เพราะเทือกเขาของที่นี่ตั้งตระหง่านเป็นต้นน้ำที่ไหลไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก อ่าวของ Mexico และ Hudson Bay นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลือจากยุค ice age

ใครที่อยากเดินทางไปยังสวนพฤกษชาติ Glacier นี้ เตรียมแพ๊คเสื้อหนา ๆ ใส่ประเป๋าให้ดี  เพราะเราจะไปชมบรรยากาศโซนหนาวที่สวยงามบนถนนที่ลัดเลาะตามพื้นที่ของอุทยาน ใครที่แพลนว่าจะไปลองปีนเขา ก็จะมี Trail of the Cedars และ Grinnell Glacier นอกจากนั้นกระท่อมไม้ และโรงแรมที่สร้างขึ้นโดย Great Northern Railway ในเขตของอุทยานนี้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นมรดกอันสำคัญแล้ว มันจะสวยขนาดไหนก็ต้องไปพิสูจน์กันดูนะ

 

ยังมีอุทยานแห่งชาติอีกมากมายที่อเมริกาที่บอกเล่ากันไม่หมด ไม่ว่าจะ Grand Teton National Park, Zion National Park และ Lake Tahoe น้อง ๆ ก็ลองดูตามความสะดวกของตัวเองเลย ว่าจะไปที่ไหนดี แต่ก็ต้องวางแผนการเดินทาง ค่าใช้จ่ายให้ดี และหาข้อมูลกันให้เพียงพอ พร้อมกับคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วยนะ

 

หากน้อง ๆ สนใจอยากไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา และชอบพบปะกับผู้คนและการเดินทางแบบฟรีสไตล์แบบชาวอเมริกัน ติดต่อสอบถามพี่ ๆ Hands On ได้เลย หรือ กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับไปก็ได้ค่ะ คลิก

Go to top